พ.ร.บ. อากาศสะอาด และ พ.ร.บ. โลกร้อน กฎหมายสองฉบับที่เปลี่ยนเกมธุรกิจไทย

เมื่อพูดถึงกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทย หลายคนอาจสงสัยว่า “พ.ร.บ. อากาศสะอาด” กับ “พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เป็นกฎหมายเรื่องเดียวกันหรือไม่ แต่แท้จริงแล้ว ทั้งสองฉบับมุ่งแก้ปัญหาคนละระดับ แต่เชื่อมโยงกันในภาพรวมของนโยบาย Net Zero ประเทศไทย
ที่มาของทั้งสองกฎหมาย
หลังจากประเทศไทยเข้าร่วม Paris Agreement ในปี 2015 รัฐบาลจำเป็นต้องออกกฎหมายระดับชาติรองรับพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม
- พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือเรียกสั้นๆว่า พ.ร.บ.โลกร้อน (Climate Change Act) พัฒนาโดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) มีเป้าหมายลดการปล่อย GHG อย่างน้อย 30–40 % จาก BAU ภายใน 2030 และนำไทยไปสู่ Carbon Neutrality ใน 2050 และ Net Zero ใน 2065
- ส่วน พ.ร.บ. อากาศสะอาด (Clean Air Act) เกิดจากแรงผลักดันของสังคม และภาคประชาชน หลังวิกฤติฝุ่น PM₂.₅ ยืดเยื้อหลายปี จึงเสนอให้มีกฎหมายเฉพาะด้าน เพื่อให้ประชาชนมี “สิทธิหายใจในอากาศสะอาด” และให้รัฐมีหน้าที่ดำเนินการเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน
จุดร่วมของสองร่าง
- สิทธิของประชาชนต่อสิ่งแวดล้อมที่ดี – ทั้งสองร่างยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานในการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และกำหนดให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
- ใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ - ทั้งสองฉบับใช้แนวคิด “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” เช่น กองทุน ภาษี ค่าธรรมเนียม หรือ กลไกตลาดคาร์บอน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนลดมลพิษ
- โครงสร้างการบริหารแบบบูรณาการ - มีคณะกรรมการระดับชาติทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และคณะกรรมการระดับจังหวัดติดตามผลการดำเนินงาน
ประเด็นความแตกต่างที่สำคัญ
| ประเด็น | พ.ร.บ. อากาศสะอาด | พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ |
|---|---|---|
| ขอบเขต | มลพิษทางอากาศ – ฝุ่น PM₂.₅, NOₓ, SO₂, VOC และควันข้ามพรมแดน | ก๊าซเรือนกระจก – CO₂, CH₄, N₂O ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ |
| เป้าหมาย | คุ้มครองสุขภาพประชาชนและสิทธิการหายใจในอากาศสะอาด ภายในประเทศ | ลดการปล่อย GHG เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุ Carbon Neutral 2050 และ Net Zero 2065 |
| กลไกหลัก | มาตรฐานคุณภาพอากาศ, ระบบเฝ้าระวัง, กองทุนอากาศสะอาด | ระบบ MRV (Measurement Reporting Verification), ภาษีคาร์บอน, ตลาด ETS และ คาร์บอนเครดิต |
| ผลกระทบต่อธุรกิจ | โรงงาน ขนส่ง พลังงาน ต้องควบคุมการปล่อยมลพิษตามมาตรฐาน | อุตสาหกรรมและบริษัทใหญ่ต้องรายงาน GHG และวาง Net Zero Pathway ขององค์กร |
มุมมองต่อภาคธุรกิจ
หากทั้งสองกฎหมายผ่านพร้อมกัน ธุรกิจจะต้องเผชิญ “สองชั้นของ compliance”
- ชั้นแรก: ควบคุมการปล่อยฝุ่น ควัน กลิ่น และสารมลพิษให้อยู่ในระดับที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้คุณภาพอากาศของพื้นที่ไม่เกินค่ามาตรฐานและไม่กระทบสุขภาพชุมชน (Clean Air Act)
- ชั้นที่สอง: รายงานและลดคาร์บอนตามระบบ MRV องค์กรที่เตรียมระบบตรวจวัดข้อมูล Carbon Footprint ล่วงหน้า จะได้เปรียบทางการแข่งขัน และเข้าถึงสินเชื่อ Green Finance ได้ก่อน (Climate Change Act)
สรุป
“อากาศสะอาด” คือสิ่งที่เราหายใจวันนี้ ส่วน “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” คือสิ่งที่เราจะส่งต่อให้รุ่นถัดไป
กฎหมายสองฉบับนี้ไม่ได้ซ้ำซ้อน แต่เป็น “จิ๊กซอว์” ที่เชื่อมกันระหว่าง สุขภาพคนไทย กับ เป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
🌍 ธุรกิจของคุณพร้อมกับกฎหมายใหม่แล้วหรือยัง?
ในยุคที่ “อากาศสะอาด” คือสิทธิของประชาชนและ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” คือภารกิจของโลก Carbonwize คือสะพานเชื่อมระหว่างทั้งสองโลก เราช่วยองค์กรของคุณเปลี่ยนภาระกฎหมายให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยแพลตฟอร์มวัดและจัดทำรายงาน GHG พร้อมระบบ MRV แบบอัตโนมัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และบริการให้คำปรึกษาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเตรียมองค์กรสู่ พ.ร.บ.Climate Change และ Clean Air Act
📧 ติดต่อทีมงานคาร์บอนไวซ์: ติดต่อเรา
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ระบบ MRV คืออะไร? อธิบายจบใน 5 นาที สำหรับคนทำธุรกิจ
- กฎหมายใหม่ “พ.ร.บ. อากาศสะอาด” จะเปลี่ยนชีวิตและธุรกิจไทยอย่างไร?
- เมื่อ พ.ร.บ. โลกร้อน บังคับใช้ จะต้องรายงานคาร์บอนทุกบริษัทเลยหรือเปล่า?
- พ.ร.บ. โลกร้อน: กฎหมายใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องรู้
ที่มา: Parliament.go.th, DCCE.go.th
Related Articles
![สอนวิธีจัดทำรายงานคาร์บอน สำหรับองค์กร [ฉบับเต็ม]](https://blog.carbonwize.io/content/images/size/w600/2025/11/how-to-report-an-carbon-footprint-for-organization.png)
สอนวิธีจัดทำรายงานคาร์บอน สำหรับองค์กร [ฉบับเต็ม]
ทุกวันนี้ ลูกค้า นักลงทุน คู่ค้าต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแล เริ่มถามคำถามเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า “องค์กรของคุณปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่?” รายงานคาร์บอนองค์กรจึงไม่ใช่แค่ งานเอกสารด้านสิ่งแวดล้อม อีกต่อไป แต่กลายเป็น.. 1. ข้อมูลสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ 2. ตัวชี้วัดความพร้อมสู่เป้าหมาย Net Zero 3. ฐานข้อมูลสำคัญในการตอบโจทย์ ESG และการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน ทำความเข้าใจ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO)” ก่อนเริ่มลงมือ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Or

ระบบบัญชีคาร์บอน คืออะไร? อธิบายจบใน 5 นาที สำหรับคนทำธุรกิจ
ในร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของไทย (ที่อาจจะบังคับใช้ปี 2570) ได้กำหนดให้ MRV เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ ระบบบัญชีคาร์บอน คือ ระบบมาตรฐานสำหรับการติดตามและรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก โดยอาศัยหลักการ MRV (Measurement, Reporting, Verification) หรือก็คือ กระบวนการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ ซึ่งถูกใช้เป็นมาตรฐานสำคัญทั้งในระดับประเทศ ระดับโครงการ และระดับองค์กร โดยในร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาต

Carbonwize ขึ้นแท่นแพลตฟอร์มคาร์บอนที่ได้รับรองจาก อบก.
นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย โดยแพลตฟอร์มของเราได้ผ่านการตรวจสอบจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่กำหนดมาตรฐานด้านการรายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ การได้รับตรารับรอง CFO Platform ถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่า Carbonwize สามารถช่วยให้องค์กรมั่นใจในความถูกต้องของการคำนวณคาร์บอน สอดคล้องตามมาตรฐานระดับประเทศ ให้องค์กรทุกประเภทสามารถใช้งานแพลตฟอร์มขอ