ระบบบัญชีคาร์บอน คืออะไร? อธิบายจบใน 5 นาที สำหรับคนทำธุรกิจ

ในร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของไทย (ที่อาจจะบังคับใช้ปี 2570) ได้กำหนดให้ MRV เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ
ระบบบัญชีคาร์บอน คือ
ระบบมาตรฐานสำหรับการติดตามและรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก โดยอาศัยหลักการ MRV (Measurement, Reporting, Verification) หรือก็คือ กระบวนการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ ซึ่งถูกใช้เป็นมาตรฐานสำคัญทั้งในระดับประเทศ ระดับโครงการ และระดับองค์กร โดยในร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรา 151ของไทย ได้กำหนดให้ทุกภาคส่วนต้องมีระบบ MRV ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ (CFO) โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และมาตรฐานสากล เช่น ISO 14064, GHG Protocol
ซึ่งปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มใช้ แพลทฟอร์มจัดการก๊าซเรือนกระจก และ ระบบคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO Platform) เพื่อคำนวณและติดตามข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ
ระบบ MRV ทำงานอย่างไร?
1) M (Monitoring/Measurement): การตรวจวัด หรือ การติดตามประเมินผล
คือการเก็บข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) และคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามรอบระยะเวลา เช่น
- ไฟฟ้า
- เชื้อเพลิงที่องค์กรใช้
- กระบวนการผลิต
- การขนส่ง
- วัตถุดิบ
- ของเสีย
- การใช้พลังงานในอาคาร
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกแปลงเป็น tCO₂e (ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า) ตามมาตรฐาน เช่น GHG Protocol และ ISO 14064-1
2) R (Reporting): การรายงานผล
คือการนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัดมาจัดทำเป็น "รายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก" (GHG Report) ตามแบบฟอร์มที่กำหนด (เช่น แบบฟอร์มของ CFO หรือ T-VER)
เช่น:
- CFO (Carbon Footprint of Organization)
- รายงาน Scope 1–2–3
- รายงานสำหรับ IFRS S2 / ESG / Sustainability Report
- รายงานส่งลูกค้าหรือธนาคารเพื่อขอสินเชื่อสีเขียว
การรายงานที่มี MRV ทำให้ตัวเลข ตรวจสอบย้อนกลับได้จริงและครอบคลุม
3) V (Verification): การทวนสอบ
หน่วยงานทวนสอบ (VVB) จะตรวจสอบว่า:
- ข้อมูลถูกต้องครบหรือไม่
- สูตรคำนวณถูกต้องหรือไม่
- Emission Factor มาจากแหล่งที่เชื่อถือหรือไม่
- มีหลักฐานรองรับทุกตัวเลขหรือไม่
ผลลัพธ์คือรายงานที่ ผ่านมาตรฐานสากล ใช้ประกอบการลดคาร์บอน การเงิน และการค้าได้จริง
ทำ MRV ด้วย Excel vs Software แบบไหนคุ้มกว่า?
| ประเด็น | Excel | Software |
|---|---|---|
| 1. ความง่ายในการทำงาน | พนักงานมักคุ้นชินกับ Excel sheet อยู่แล้วแต่ในการใช้งานจริงมักมีข้อจำกัด เช่น การไล่รวมไฟล์จากหลายแผนก, การประกอบชีตให้ไม่พัง และการผูกสูตรคำนวณเอง | ใช้เวลาอบรม 1 วัน และรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติ (ไฟฟ้า, น้ำ, บัญชี) มี workflow กระจายงาน และระบบแจ้งเตือนแผนกที่ยังไม่ส่งข้อมูล |
| 2. ความคุ้มทุน | ไม่ต้องใช้งบในการลงทุน แต่มีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเทรนพนักงานใหม่ ค่าที่ปรึกษา ค่าเสียเวลา เป็น fix cost ทุกปี | ต้องใช้การลงทุน แต่ประหยัดกว่าในระยะยาว ลดค่าใช้จ่ายเรื่องคน |
| 3. ความถูกต้องของข้อมูล | ความเสี่ยงผิดพลาดสูง เพราะต้องอัปเดต EF, สูตรคำนวณ และประกาศใหม่ด้วยตนเอง หากไม่มีการปรับปรุงข้อมูลตามมาตรฐานล่าสุด อาจทำให้รายงานคลาดเคลื่อนและไม่ผ่านการตรวจประเมิน | ระบบอัปเดตล่าสุดเสมอ ลดความเสี่ยงผิดพลาด พร้อมสำหรับการทวนสอบ |
| 4.ความต่อเนื่อง | มีโอกาสข้อมูลสูญหายสูง เมื่อพนักงานลาออก ไฟล์หาย ข้อมูลหาย คนใหม่ทำงานต่อไม่ได้ ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ | มี workflow ชัดเจน ข้อมูลไม่สูญหาย สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ผู้ใช้ใหม่ทำงานต่อได้ทันที ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ |
| 5. การใช้ประโยชน์ | เหมาะใช้เพื่อจัดทำรายงานรายปี นำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อได้ยาก | เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์แหล่งปล่อย hotspot ระบุโอกาสการลดคาร์บอน และนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดได้ทันที |
Carbonwize ถูกออกแบบให้ครอบคลุมระบบ MRV ทั้ง 3 ส่วน ตั้งแต่ต้นจนจบในที่เดียว

✔ Measurement
- ดึงข้อมูลจาก ERP, ไฟฟ้า, ปะปา, Fleet, IoT หรืออัปโหลดไฟล์
- คำนวณคาร์บอนอัตโนมัติด้วยฐานข้อมูล Emission Factor กว่า 50,000 รายการ
- แสดงผลข้อมูลคาร์บอนให้สามารถวิเคราะห์ได้แบบเรียลไทม์ผ่านทาง Dashboard
- Consolidate ข้อมูลคาร์บอนของ สาขา, บริษัทในเครือ, ซัพพลายเชน ในเป็นรูปแบบเดียวกัน


✔ Reporting
- กดออกรายงานตามมาตรฐาน TGO CFO, ISO 14064-1, GHG Protocol ได้ทันที
- มีระบบ Audit trial สามารถตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลเพื่อคุม version ได้

✔ Verification
- ผู้ทวนสอบสามารถล็อคอินเพื่อทวนสอบผ่านระบบได้เลย
- มีฟังก์ชันสนับสนุนการทวนสอบ ระบบแนะนำหากข้อมูลไม่ครบถ้วน ก่อนส่งทวนสอบ
- เมื่อทวนสอบเสร็จสิ้นสามารถดาวโหลดน์ certificate ได้จากระบบ

พร้อมสร้างระบบ MRV ขององค์กรหรือยัง?
หากองค์กรต้องการเริ่มต้น คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือใช้ ระบบจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่พร้อมรองรับ MRV สามารถติดต่อ Carbonwize เพื่อเริ่มต้นเส้นทางสู่ความยั่งยืนได้ทันที
ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Carbonwize ช่วยคุณเริ่มต้นอย่างมั่นใจ ตั้งแต่การเก็บข้อมูลจนถึงรายงานพร้อมทวนสอบ
📧 สนใจใช้งานแพลทฟอร์มคาร์บอนไวซ์: ติดต่อเรา
เกี่ยวกับคาร์บอนไวซ์
Carbonwize เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการคาร์บอนแบบครบวงจร ที่ช่วยธุรกิจติดตาม วัดผล และวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีระบบ ตั้งแต่การคำนวณ Scope 1–3 ไปจนถึงการสร้างแผนลดคาร์บอนที่สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ในอุตสาหกรรมของคุณ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
Related Articles
![สอนวิธีจัดทำรายงานคาร์บอน สำหรับองค์กร [ฉบับเต็ม]](https://blog.carbonwize.io/content/images/size/w600/2025/11/how-to-report-an-carbon-footprint-for-organization.png)
สอนวิธีจัดทำรายงานคาร์บอน สำหรับองค์กร [ฉบับเต็ม]
ทุกวันนี้ ลูกค้า นักลงทุน คู่ค้าต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแล เริ่มถามคำถามเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า “องค์กรของคุณปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่?” รายงานคาร์บอนองค์กรจึงไม่ใช่แค่ งานเอกสารด้านสิ่งแวดล้อม อีกต่อไป แต่กลายเป็น.. 1. ข้อมูลสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ 2. ตัวชี้วัดความพร้อมสู่เป้าหมาย Net Zero 3. ฐานข้อมูลสำคัญในการตอบโจทย์ ESG และการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน ทำความเข้าใจ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO)” ก่อนเริ่มลงมือ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Or

Carbonwize ขึ้นแท่นแพลตฟอร์มคาร์บอนที่ได้รับรองจาก อบก.
นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย โดยแพลตฟอร์มของเราได้ผ่านการตรวจสอบจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่กำหนดมาตรฐานด้านการรายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ การได้รับตรารับรอง CFO Platform ถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่า Carbonwize สามารถช่วยให้องค์กรมั่นใจในความถูกต้องของการคำนวณคาร์บอน สอดคล้องตามมาตรฐานระดับประเทศ ให้องค์กรทุกประเภทสามารถใช้งานแพลตฟอร์มขอ

กฎหมายใหม่ “พ.ร.บ. อากาศสะอาด” จะเปลี่ยนชีวิตและธุรกิจไทยอย่างไร?
ประเทศไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อ “พ.ร.บ. อากาศสะอาด” ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นี่ถือเป็นกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับประวัติศาสตร์ที่เกิดจากแรงผลักดันของภาคประชาชน กว่า 30 องค์กร นำโดย เครือข่าย Thailand Clean Air Network (THCAN) ซึ่งร่วมผลักดันต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี สรุปสถานะล่าสุด * ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอน “ผ่านวาระ 3” ที่สภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 * หลังจากนั้นจะต้องส่งให้ วุฒิสภา พิจารณาภายใน 30 วัน * คาดการณ์พ.ร.บ. อาก